:: ผลิตภัณฑ์
  » งานพ่นฉนวนโฟม
   (PU Foam)
  » งานพ่นเยื่อกระดาษ
   (cellulose insulation)
  » งานซ่อมรอยรั่วซึม
   (PU Foam Injection)
  » งานซ่อมรอยร้าวด้วยวิธี
   การอัดฉีด (Epoxy -
   Injection And PU Foam)
» งานพ่นสีสะท้อนความร้อน
   (Ceramic Coating)
» งานป้องกันการรั่วซึม
 
  :: ความรู้เบื้องต้นของ     PU FOAM
  » ความหมายของฉนวนกันความร้อน
  » คุณสมบัติของโฟมโพลียูรี เทน
  » ความรู้เกี่ยวกับฉนวนกันความร้อน PU FOAM
  » รู้จักฉนวนป้องกันความร้อน
» คุณสมบัติทางเทคนิคของ PU FOAM
 
 จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์
:: รู้จักฉนวนป้องกันความร้อน PU Foam
 
   
   โฟมเป็นฉนวนกันความร้อนได้ดีมากเมื่อเปรียบเทียบกับฉนวนชนิดอื่นในด้านคุณสมบัติและอายุการใช้งาน โดยทั่วไปโฟมจะไม่ดูดซับความชื้น แต่เนื่องจากโฟมมีจุดหลอมเหลวที่ต่ำ เมื่่อโดนความร้อนสูงโฟมอาจเปลี่ยนรูปได้ถ้านำมาใช้งานกับหลังคาบ้านสำนักงานโรงงานอุตสาหกรรมทั่วไปแล้วจะไม่มีอุณหภูมิสูงถึงระดับนั้น ยกเว้นติดตั้งโฟมในที่มีแสงแดดส่องถึงหรือในพื้นที่มีอุณหภูมิสูงเกิน 100 oC โฟมไม่สามารถคงสภาพเดิมไว้ได้ถ้าไม่มีแบบยึดเป็นโครงเอาไว้ โฟมที่นำมาใช้ในปัจจุบันยังจำแนกได้หลายชนิด แต่ละชนิดที่นิยมนำมาใช้ในการก่อสร้าง มีอย่างน้อย 4 ชนิดได้แก่
   
  1) P.U.FOAM(Polyurethane Foam) โพลี่ยูรีเทนโฟม เป็นสาร HCFC-141b พ่นให้เป็นโฟม โดยมีทั้งหล่อเป็นแบบแข็งแบบฉีดขึ้นรูป หรือพ่นบนพื้นผิวเป็นโฟมแข็ง(Rigid Foam) มีความแข็งแรง มีสภาพการนำความร้อน(K) ต่ำของโฟมชนิดนี้ต่ำมาก เนื่องจากภายในเป็นสาร HCFC-141b ซึ่งมีสภาพการนำความร้อนที่ต่ำกว่าอากาศในการผลิตฉนวนป้องกันความร้อนเพื่อการใช้งาน โดยมากต้องมีการหุ้มด้วยวัสดุที่หน่วงการไหม้ไฟ แต่พียูโฟมจะผสมสารไม่ลามไฟในตัวของมันเองโฟมโพลี่ยูรีเทนเป็นฉนวนประเภทเชลล์ปิด(Close Cell) จึงสามารถป้องกันความชื้นในห้องเย็นหรือหลังคารั่วได้ดีกว่า
   
  2) P.S.FOAM(Polystyrene Foam) โพลี่สไตรีนโฟม มี่การผลิตขึ้นมาใช้งาน 2 รูปแบบ คือแบบรีด(Extrude) และแบบหล่อ(Mold) แต่เนื่องจากโพลี่สไตรีนเป็นวัสดุเชลล์ธรรมชาติซึ่งสามารถไหม้ไฟได้ ดังนั้นในการนำมาใช้งานจึงต้องมีเปลือกหุ้มที่ต้านทานเปลวไฟได้ดีเช่น โฟมที่ใช้กับห้องเย็นต้องใช้แผ่นเหล็กประกบทั้งสองด้านเป็นต้น นอกจากนี้ยังป้องกันไม่ให้โฟมกระทบแสงแดดโดยตรงเพราะรังอุลต้าสีไวโอเลตจะทำให้อ่อนตัวลงเปลี่ยนสภาพได้ เป็นฉนวนประเภทนำเอาเม็ดโฟมขนาดเล็กๆ มาอัดเข้าด้วยกัน(Interconnecting Cell Insulation) ทำให้มีช่องว่างระหว่างเชลล์ ระหว่างเม็ดโฟมอยู่บ้างดังนั้นจึงไม่สามารถกันความชื้นได้จะมากน้อยขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของโฟมเป็นหลัก
   
  3) ELASTOMERIC FOAM โฟมชนิดยืดหยุ่น หรือโฟมยางแบบขยาย(Expanded Rubber Foam) เป็นฉนวนที่มีความยืดหยุ่นได้ด้วยการฉีดให้ขยายตัวใน Mold โฟมชนิดนี้เป็นฉนวนประเภทเชลล์ปิด(Close Cell Insulation) มีเชลล์ชิดกันมากมีค่าการซับน้ำต่ำจึงมีค่าต้านทานการแทรกซึมของไอน้ำได้ดี จึงเหมาะกับงานที่มีอุณหภูมิต่ำ เช่น ในระบบท่อส่งความเย็นที่พอเหมาะ แต่ถ้าใช้ในอุณหภูิที่ต่ำเป็นเวลานนานจะทำให้หดตัวลงทำให้สภาพการเป็นฉนวนลดลง
   
  4) P.E.FOAM (Polyethylene Foam) โฟมโพลี่เอทธิลีน เป็นฉนวนป้องกันความร้อนที่ผลิตจากโพีลี่เอทธิลีนโฟมชนิดแผ่นสำเร็จที่ผลิตจาก Low Density Polyethylene(LDPE) ลดความร้อน ลดเสียงดังจากภายนอกอาคารติดตั้งงานก่อนมุงหลังคาใช้วัสดุประสาน(กาวยาง) รีดติดหลังคามีค่าการต้านทานความร้อนใกล้เคียงกับใยแก้วไยแร่ เซลลูโลส ที่มีความหนาแน่นที่เท่ากัน
   
   
 
Current Pageid = 19